เครื่องปั่นน้ำผลไม้ส่งใจไปไซตามะ

เพิ่งจะผ่านพ้นไปแบบสดๆร้อนๆเลยกับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ซึ่งเป็นนัดที่แทบจะหมดความหมายสำหรับที่มชาติไทยของเราแล้ว ที่จะต้องโคจรมาเจอกับทีมชาติญี่ปุ่น ซึ่งในแมตนี้เป็นแมตการแข่งขันที่มีความหมายกับทีมชาติญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก เพราะว่าต้องการที่จะเก็บชัยชนะจากประเทศไทยให้ได้เพื่อที่ตัวเองนั้นจะได้สามแต้มสำคัญ เพื่อที่จะก้าวไปคว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่ม พร้อมทั้งได้ตั๋วฟุตบอลโลกเพื่อไปร่วมทำการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายที่ประเทศรัซเซียในปี 2018 นั่นเอง แน่นอนว่าแมตนี้ทีมช้างศึกของเรานั้นจะต้องบุกไปเยือนทีมซามูไรถึงถิ่น ซึ่งการแข่งขันในแมตนี้นั้นจัดขึ้นที่สนามไซตามะสเตเดี้ยม ซึ่งแน่นอนว่าอากาศในญี่ปุ่นตอนนี้นั้นหนาวเย็นมาก อุณหภูมินั้นไม่เกิน 10 องศาเซลเซียส แน่นอนว่าด้วยสภาพอากาศขนาดนี้ ด้วยสภาพพละกำลังของนักเตะทีมชาติไทยที่ค่อนข้างอ่อนล้าจากการเดินทาง เพราะเพิ่งจะแข่งขันแมตกับทีมซาอุมาเมื่อไม่กี่วันนี้ แน่นอนว่าเป็นรองแบบชนิดที่ว่า ไม่มีใครกล้าต่อราคาเลยทีเดียว และแน่นอนว่าเมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นมา ก็เป็นไปตามที่หลายคนนั้นคาดการณ์ไว้เลยนั่นก็คือ ทีมชาติญี่ปุ่น นั้นบุกเข้าใส่ทีมชาติไทยแบบชนิดที่ว่าไม่ให้ตั้งตัวกันเลยทีเดียว ใช้เวลาการแข่งขันมาไม่ได้นาน ทีมชาติญี่ปุ่นนั้นก็ได้ดำเนินการบุกเข้าใส่ทีมชาติไทยของเราชนิดว่าไม่ได้ตั้งตัวกันเลยทีเดียว และไม่ถึงสิบนาทีเท่านั้น นักเตะจากแดนซามูไรก็ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากสุดยอดนักเตะอย่าง ชินจิ คางาวะ ซึ่งเป็นสุดยอดนักเตะจากสโมสรดอร์ทมุน ซี่งเป็นสโมสรสุดยอดจากประเทศเยอรมันนั่นเอง แน่นอนว่าทีมชาติไทยนั้นโดนขึ้นนำแบบนี้ทำให้รูปเกมส์ของเรานั้นต้องตกเป็นรองแบบชนิดที่ว่าถ้าจะไม่ทำเกมส์บุกเข้าสู้ก็ไม่มีทางที่จะได้ประตูตีเสมอ แต่ถ้าบุกเข้าสู้แล้ว ถ้าไม่ได้ประตูตีเสมอแล้วล่ะก็ เป็นไปได้ที่จะมีโอกาสเสียประตูเลยทีเดียว เพราะอย่าลืมว่าการที่เราทำเกมส์บุกเข้าใส่นั้น ก็เหมือนเป็นการเปิดช่องโหว่ให้กับนักเตะจากแดนอาทิตย์อุทัยมีพื้นที่มากพอสมควรที่จะโจมตีใส่ทีมไทยของเรานั่นเอง และก็เป็นจริงอย่างที่คิดไว้จริงเลยนั่นก็คือว่าทีมญี่ปุ่นก็มาได้ประตูที่สองจนได้ จากการทำประตูของ ชินจิ โอกาซากิ นักเตะกองหลายจากทีมเลตเตอร์ซิตี้ ซึ่งเป็นทีมที่ได้แชมป์ฟรีเมียลีคเมื่อฤดูกาลที่แล้วนั่นเอง โดยที่สโมสรเลสเตอร์นั้นมีเจ้าของทีมเป็นคนไทยนั่นเอง ซึ่งเจ้าของทีมเลสเตอร์นั้นก็คือคุณ วิชัย วัฒนาประภา ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจ King Power ซึ่งเป็นสินค้าปลอดภาษีบนสนามบินนั่นเอง

จบการแข่งขันในครึ่งแรกไปแล้ว ด้วยผลการแข่งขันสองประตูต่อศูนย์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นผลการแข่งขันที่ไม่เกินคาดสักเท่าไหร่ เพราะหลายๆคนก็มองว่าน่าจะออกมาประมาณนี้อยู่แล้ว โดยในครึ่งหลังนั้น หัวหน้าสต๊าฟโค๊ชของทีมชาติไทยอย่าง โค๊ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ซึ่งได้มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น ซึ่งเป็นปีกตัวรุกจากสโมสรชลบุรีเอฟซีนั่นก็คือ นูรูล ศรียาลเก็ม ลงมาแทนนักเตะกองหน้าอย่างปีโป้ สิโรจน์ ฉัตรทอง ที่มีอาการบาดเจ็บนั่นเอง แน่นอนว่าเสริมเกมส์รุกขนาดนี้ก็หวังที่จะได้ประตูเพิ่มขึ้นมาบ้างเพื่อที่ว่านักเตะและแฟนฟุตบอลก็จะได้มีกำลังใจขึ้นมาบ้าง แต่แล้วสิ่งที่หลายๆคนกลัวก็มาถึงจนได้ ทีมชาติไทยของเรานั้นก็ต้องมาเสียประตูอีกในที่สุดอีกถึงสองประตูด้วยกัน สรุปแล้วทีมชาติไทยของเรานั้นก็ต้องพ่ายแพ้ไปถึงสี่ประตูต่อศูนย์นั่นเอง ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้เป็นอะไรที่แปลกแตกต่างเกินไปจากคำวิจารณ์ก่อนการแข่งขัน จากบรรดาเกจิอาจารย์ทั้งหลายนั่นเอง เพราะว่าทีมชาติไทยนั้นต้องบอกก่อนเลยว่าเป็นรองในทุกๆเรื่องอยู่แล้วนั่นเอง แน่นอนว่าความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ย่อมจะนำมาซึ่งความเสียใจให้กับแฟนบอลทั่วๆไปที่ตามไปเชียร์ถึงญี่ปุ่น รวมทั้งสร้างความเสียใจให้กับแฟนบอลที่คอยให้กำลังใจอยู่ที่บ้านน็อคดาวน์ของเรานั่นเอง แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกก็คือว่า นักเตะทีมชาติไทยของเราทุกคนนั้น ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่แล้ว พยายามทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว เพราะยังไงก็ตามเราก็ต้องยอมรับว่า ทีมชาติไทยของเรานั้นเป็นรองทีมชาติญี่ปุ่นอยู่เยอะมาก เป็นรองในทุกๆเรื่องเลย ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย เรื่องของเทคนิคการเล่น รวมทั้งการเล่นแบบเป็นทีมเวิร์คนั่นเอง แน่นอนว่าเรานั้นต้องถือได้ว่าทีมชาติไทยของเรานั้นได้ประสบการณ์มากเลยทีเดียว และก็จะได้นำประสบการณ์จากตรงนี้นี่แหละมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน เพราะด้วยความสามารถของนักเตะญี่ปุ่นที่เก่งขนาดว่าไปเล่นให้กับสโมสรของทวีปยุโรปกันมากมายนั้น ทำให้เรานั้นจะต้องได้เทคนิคต่างๆ ได้ประสบการณ์มากมายแน่นอน ซึ่งนักเตะทีมชาติไทยของเรานั้น เมื่อแข่งเสร็จสิ้นในวันรุ่งขึ้นนั้นก็เตรียมที่จะเดินทางกลับประเทศไทยในทันที ซึ่งต้องถือว่าการกลับมาประเทศไทยในครั้งนี้กลับมาแบบค่อนข้างที่จะบอบช้ำมากเลยทีเดียว เพราะว่ากระแสต่างๆนั้นถาโถมเข้ามาอย่างเต็มที่เลยทีเดียว

เอาล่ะเราในฐานะแฟนบอลก็ช่วยกันเชียร์ต่อไป ถ้ามีโอกาสที่จะเข้าไปรับชมที่สนามก็ช่วยกันส่งเสียงกันแบบสุดชีวิตเลย หรือถ้าหากว่าเรานั้นรับชมการถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้านของเรานั้นก็ส่งเสียงเชียร์ได้เช่นกัน ซึ่งถ้าหากว่าส่งเสียงดังจนเสียงแหบเสียงแห้งแล้วล่ะก็ สิ่งที่จะต้องทำเลยก็คงจะต้องไปหาซื้อเครื่องปั่นน้ำผลไม้มาติดบ้านไว้สักหนึ่งเครื่องแล้ว เพราะจะได้นำเครื่องปั่นน้ำผลไม้มาทำการปั่นน้ำมะนาวสดๆเพื่อที่จะทำให้เรานั้นชุ่มคอและกลับมามีเสียงสดใสพร้อมที่จะเชียร์ฟุตบอลทีมชาติไทยต่อไปอีกนั่นเอง คราวนี้ก็ลองมาดูกันว่าเรานั้นมีเครื่องปั่นน้ำผลไม้อยู่ที่บ้านอยู่แล้วหรอืไม่ ถ้ามีเครื่องปั่นน้ำผลไม้อยู่แล้วก็ดีไป ไม่ต้องไปเสียตัง.ซื้อเครื่องปั่นน้ำผลไม้อันใหม่ แต่ถ้าเรานั้นยังไม่มีเครื่องปั่นน้ำผลไม้อยู่เลยนั้นก็จะต้องไปดำเนินการหาซื้อเครื่องปั่นน้ำผลไม้มาไว้ที่บ้านของเราเสียก่อนนั่นเอง โดยที่สถานที่จัดจำหน่ายเครื่องปั่นน้ำผลไม้ถ้าจะให้ง่ายที่สุดนั้นก็คงจะเป็นห้างสรรพสินค้าต่างๆ ซึ่งเครื่องปั่นน้ำผลไม้นั้นก็จะอยู่ในส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้านั่นเอง แน่นอนว่าเมื่อเรานั้นได้ เครื่องปั่นน้ำผลไม้มาอยู่ในการครอบครองของเราแล้วก็คือ เราจะใช้เครื่องปั่นน้ำผลไม้เป็นตัวช่วยของเราในการที่จะปั่นน้ำผลไม้อร่อยๆ ให้เราได้รับประทาน ซึ่งแน่นอนว่าการเชียร์ฟุตบอลทีมชาติที่เรารักของเรานั้น เราก็ส่งเสียงกันเต็มที่ เชียร์กันสุดหัวใจ เสียงจะแหบแห้งขนาดไหน จะเจ็บคอกันขนาดไหนก็ตาม เราก็เต็มที่ไม่หวั่นอย่างแน่นอน ซึ่งเราก็จะใช้ตัวช่วยที่เราไปซื้อมานั่นเอง โดยการปั่นน้ำมะนาวเย็นๆเพื่อที่จะทำให้คอเราชุ่มคอและหายเจ็บคอนั่นเอง และนอกจากนี้แล้วนั้นนอกจากที่จะปั่นน้ำผลไม้แล้ว เจ้าเครื่องนี้นั้นสามารถที่จะปั่นเครื่องครัวต่างๆได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปั่นพริก ปั่นหัวกระเทียม หรือจะเป็นการปั่นเครื่องแกง ต่างๆได้อีกด้วยเช่นกัน ต้องบอกเลยว่าเรานั้นอาจจะเป็นบุคคลธรรมดาทั่วๆไป แต่เราก็ช่วยเชียร์ช่วยส่งกำลังใจให้กับตัวแทนของคนในชาติไทย แน่นอนว่าต่างฝ่ายก็ทำหน้าที่ของกันและกันแบบชนิดที่ว่าสมบูรณ์แบบอย่างที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว เพราะฉะนั้นก็จะได้ความภาคภูมิใจของทั้งนักกีฬาที่ไปทำการแข่งขันเพื่อชื่อเสียงของประเทศไทย รวมทั้งคนเชียร์ที่เป็นแฟนบอลเช่นกันก็ได้ความภาคภูมิใจเช่นกัน